วัคซีนพาสปอร์ต พาสปอร์ตของโลกยุคใหม่

วัคซีนพาสปอร์ต พาสปอร์ตของโลกยุคใหม่

  • Post author:
  • Post category:Blog

เนื่องด้วยการแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้แต่ละประเทศมีมาตรการรักษาความปลอดภัยและป้องกันการระบาดของโรค ทำให้ระงับการเดินทางเข้าออกระหว่างประเทศชั่วคราวเพื่อลดอัตราการแพร่เชื้อของโรคระบาด แต่ในปัจจุบันโรคระบาดมีการบรรเทาความรุนแรงลงบ้างแล้วเนื่องจากมีการผลิตวัคซีนออกมาซึ่งได้ผลดีในระดับหนึ่ง ทำให้บางประเทศที่ประชากรในประเทศส่วนมากมีการฉีดวัคซีนเรียบร้อยแล้วจึงทำการเปิดประเทศให้ประเทศอื่นสามารถเดินทางเข้าออกประเทศได้ แต่จำเป็นต้องมี วัคซีนพาสปอร์ต เพื่อมายืนยันว่าคุณได้ทำการฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 เรียบร้อยแล้ว

วัคซีนพาสปอร์ต บอกข้อมูลอะไรของผู้ถือบ้าง

สำหรับผู้ที่ได้ฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 เรียบร้อยแล้ว โดยฉีดครบทั้งสองโดสเกินหนึ่งสัปดาห์ และวัคซีนป้องกันโรคทั้งสองโดสนั้น แต่ละโดสจะต้องฉีดห่างกันสามสัปดาห์ รวมถึงผู้ที่เคยเป็นผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 แต่รักษาหายเรียบร้อยแล้ว หากคุณเข้าเกณฑ์ดังที่กล่าวมาสามารถขอวัคซีนพาสปอร์ตได้ โดยใบรับรองนี้จะมีอายุหกเดือนประเทศแรกที่มีการใช้วัคซีนพาสปอร์ตคือ ประเทศอิสราเอล ส่วนทางด้านประเทศไทยนั้น การเปิดประเทศอยู่ในช่วงของการพิจารณาเนื่องจากยังไม่สามารถสรุปได้ 100% ว่าวัคซีนป้องกันการแพร่เชื้อได้

นอกจากใช้นอกประเทศได้แล้วยังใช้ในประเทศได้ด้วย

วัคซีนพาสปอร์ตนั้นนอกจากจะใช้เป็นตัวยืนยันสำหรับผ่านเข้าออกประเทศบางประเทศที่มีการเปิดประเทศแล้วนั้น ยังสามารถใช้ในประเทศสำหรับเข้าไปในสถานที่ที่มีผู้คนรวมกันทำกิจกรรมเป็นจำนวนเยอะๆ เช่น ฟิตเนส สระว่ายน้ำโรงภาพยนตร์ โรงแรม แต่ก็ยังเข้มงวดเรื่องของ Social distance หรือการเว้นระยะห่างทางสังคมอยู่ แม้ในตอนนี้จะเริ่มใช้วัคซีนพาสปอร์ตแล้วในไม่กี่ประเทศ แต่ในอีกหลายประเทศก็กำลังอยู่ในขั้นตอนการพิจารณาเช่นเดียวกันกับประเทศไทย

ความเหลื่อมล้ำระหว่างผู้ได้รับวัคซีน

แต่ก็ยังมีการโต้เถียงกันอยู่ในหลายประเทศ เนื่องจากเป็นการกีดกันสิทธิของผู้ที่ไม่ได้ฉีดวัคซีน ไม่ว่าจะเป็นด้วยเหตุผลทางการแพทย์ที่ไม่สามารถฉีดวัคซีนให้ได้ หรือไม่ต้องการฉีดวัคซีนด้วยความต้องการของตัวเอง และยังรวมไปถึงประเทศที่การเข้าถึงของวัคซีนยังน้อยอยู่ ไม่ว่าจะด้วยปัญหาใดก็ตามซึ่งเป็นปัญหาที่ถกเถียงและมีความกังวลกันว่า การบังคับใช้วัคซีนพาสปอร์ตนี้จะเป็นการสร้างความเหลื่อมล้ำให้กับผู้คนในสังคมหรือไม่ และการฉีดวัคซีนนั้นก็ยังไม่มีวัคซีนใดที่รับรองผลได้ 100% ว่าสามารถป้องกันโรคไม่ให้กลับมาเกิดซ้ำ หรือไม่ได้เป็นการรับรองว่าคนที่เคยฉีดวัคซีนหรือคนที่เคยเป็นโรคโควิด-19 และรักษาหายแล้ว จะไม่ได้เป็นพาหะนำโรคนี้ติดต่อสู่คนอื่นๆ ดังนั้นเรื่องนี้จึงเป็นเรื่องที่ยังต้องหารือกันต่อไปเพื่อข้อสรุปที่ดีที่สุดสำหรับทุกฝ่าย